โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทีดีอาร์ไอ ห่วง "สุญญากาศนโยบาย" กระทบเศรษฐกิจไทย ฟื้นตัว

PostToday

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยกับสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้งคณะ ส่งผลโดยตรงต่อ “ความไม่แน่นอนของนโยบาย” เนื่องจากทำให้เกิดช่องว่างทางการเมืองจนกว่าจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

แม้รัฐบาลรักษาการยังสามารถเดินหน้าภารกิจต่าง ๆ ได้ แต่สถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลต่อภาคเอกชนและนักลงทุน ซึ่งมีแนวโน้มจะชะลอการตัดสินใจในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ควรเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ซึ่งแม้ผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ความไม่แน่นอนก็จะยิ่งยืดเยื้อ และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็นสำหรับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

“การเมืองรอบนี้ถือได้ว่าเป็นแรงซ้ำเติมต่อเศรษฐกิจไทยในระดับหนึ่ง เพราะเดิมทีเศรษฐกิจก็เผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว ทั้งการส่งออกที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่สูง และการฟื้นตัวของการลงทุนที่ยังเปราะบาง พอเจอความไม่แน่นอนทางการเมืองและความเสี่ยงที่นโยบายจะขาดความต่อเนื่อง ย่อมทำให้การฟื้นตัวมีโอกาสล่าช้าออกไป โดยเฉพาะหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยืดเยื้อหรือเกิด “สุญญากาศนโยบาย” ในช่วงที่ควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปีใหม่” ดร.นณริฏ กล่าว

นอกจากนี้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากสถานการณ์การเมืองรอบนี้หลัก ๆ จะอยู่ที่ “ความไม่แน่นอน” ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ทั้งการลงทุนภาคเอกชนและการตัดสินใจบริโภคอาจชะลอลงในระยะสั้น ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อาจซ้ำเติมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เดิมก็มีแรงกดดันจากการส่งออกที่ชะลอและหนี้ครัวเรือนที่สูงอยู่แล้ว หากไม่สามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและมาตรการกระตุ้นได้ทันเวลา การฟื้นตัวก็มีโอกาสช้ากว่าที่คาด

ในภาคเอกชน สิ่งที่ต้องทำคือการปรับตัวให้อยู่กับความไม่แน่นอนให้ได้ เช่น การชะลอการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ รักษาสภาพคล่อง และมองหาตลาดหรือแหล่งรายได้ที่กระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่ควรหาตลาดใหม่รองรับแรงกดดันภาษีจากต่างประเทศ และธุรกิจในประเทศก็ควรเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพภายใน

"ในด้านการลงทุนสาธารณะ แม้ร่างงบประมาณผ่านสภาแล้ว แต่ถ้ารัฐบาลไร้เสถียรภาพก็มีความเสี่ยงที่การเบิกจ่ายจะสะดุด ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่รอเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐ ทำให้ภาคเอกชนต้องยิ่งวางแผนการเงินอย่างระมัดระวังและเผื่อความล่าช้าของโครงการไว้" ดร.นณริฏ กล่าว

สำหรับความเชื่อมั่น นักลงทุนในตลาดการเงินมีแนวโน้มตอบสนองทันทีผ่านความผันผวนของหุ้นและค่าเงิน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติอาจชะลอการตัดสินใจลงทุนใหม่จนกว่าสถานการณ์การเมืองจะชัดเจนขึ้น หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อย่อมกระทบภาพรวมความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยทั้งในตลาดและนอกตลาด แต่หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลและส่งสัญญาณนโยบายที่ต่อเนื่องและชัดเจนได้เร็ว ก็ยังมีโอกาสฟื้นความเชื่อมั่นและประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก PostToday

เปิดประกาศ CAAT ฉบับใหม่ ห้ามบินโดรน 5 จังหวัดชายแดน-พื้นที่ความมั่นคง

24 นาทีที่แล้ว

เปิดศึกบอร์ดใหม่! ใครเป็นใคร ฝ่ายไหนนำทัพ ‘ดุสิตธานี’

59 นาทีที่แล้ว

FCส้มไม่เอา! ย้อนคำพูด"อนุทิน"จี้ถามพรรคประชาชนไว้ใจได้หรือ?

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดแนวทางปฎิบัติครม.หลังพ้นทั้งคณะต้องทำงานต่อรอนายกฯคนใหม่

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความธุรกิจ-เศรษฐกิจอื่น ๆ

Recap ปิดฉากนายกแพทองธาร ทองโลกคึกใน 5 สัปดาห์ อินเดียโดนภาษีแพงสุดในโลก | คุยกับบัญชา | 30 ส.ค. 68

BTimes

ศาลสหรัฐเลื่อนตัดสิน คดีทรัมป์พยายามปลด “ลิซา คุก” ผู้ว่าการเฟด

การเงินธนาคาร

พฤศจิกายนนี้ ธปท. เปิดตัวธนบัตรโพลิเมอร์ 50 และ 100 บาท ทนทาน-ปลอดภัย-เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

The Better

ศาลอุทธรณ์สหรัฐ ตัดสิน นโยบายรีดภาษีนำเข้าทรัมป์ ส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย

PPTV HD 36

26 กันยาฯ ชี้ชะตา ศึกสายเลือด-อนาคต ‘ดุสิตธานี’

ประชาชาติธุรกิจ

เปิดศึกบอร์ดใหม่! ใครเป็นใคร ฝ่ายไหนนำทัพ ‘ดุสิตธานี’

PostToday

เมื่อ OECD ประเมิน “คุณภาพ” เกณฑ์การจัดอันดับ ESG ชั้นนำ

Thairath Money

ราคาทองวันนี้ 30 สิงหาคม 2568 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่ม 350 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 53,400 บาท

Thairath Money

ข่าวและบทความยอดนิยม

Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...